Sony Effio

Effio เป็นชิปที่ถูกผลิตขึ้นโดยบริษัท Sony โดยตัวชิปถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบ Digital ปัจจุบันชิป Sony ที่ใช้ในกล้องวงจรปิดของHunter คือ Gen 2 ซึ่งมี Product name ว่า Effio-E ย่อมาจาก Enhanced Features and Fine Image Processor Entry เป็นเทคโนโลยีการมวลภาพของโซนี่ซึ่งทำให้ภาพมีความละเอียดสูงความคมชัดของภาพเพิ่มขึ้นและการแสดงผลสีต่างๆ ได้สมดุลมากขึ้น ในเวอร์ชั่นนี้สามารถรองรับ CCD ได้มากกว่า Effio รุ่นเดิม CCD เป็นเซนเซอร์ทำงานในส่วนที่เป็น pixel ทำหน้ารับแสงและเปลี่ยนค่าเป็นสัญญาณอนาล็อก จึงส่งเข้าสู่วงจรเปลี่ยนเป็นสัญญาณอนาล็อกเป็นสัญญาณดิจิตอลอีกที ก่อนที่จะมาเป็น Gen 2 นั้น Sony ได้เริ่มผลิตชิปในครั้งแรกโดยใช้ชื่อชิปว่า Sony ตรงตัวโดยผลิตออกมาไล่เลี่ยกับชิปของ Sharp โดยตัวชิปของ Sony Super HAD CCD รองรับค่าความละเอียดที่ 420TVL หากเป็นชิปรุ่น Sony Super HAD CCD II ที่พัฒนาต่อจากSuper HAD CCDจะรองรับค่าความละเอียดได้ถึง 540 TVL และ รองรับฟังก์ชัน BLC, AGC, Gain, White Balance และต่อมา Sony ก็ได้ผลิตชิปออกมารุ่นที่สองชื่อว่า Effio โดยฟังก์ชันในชิป Sony ได้ถูกนำมาพัฒนาต่อใน Effio โดยเพิ่ม WDR และ2D+3DNR เข้ามา ซึ่งเป็น Gen 1 ใช้เลนส์แบบ CCD เป็นชิปที่ทำการประมวลผลแบบ แบบ Wide dynamic range โดย CCD image sensor ที่ใช้รับภาพเป็นแบบ Super Had CCD ใน Gen 1 รองรับฟังก์ชัน WDR/BLC/2D+3DNR /Slow Shutter/ Face Detection ต่อมาใน Gen 2 หรือ Effio-E Sonyได้เปลี่ยนเป็น Entry-level model for 960H CCD คือเทคโนโลยีของ CCD ที่ใช้รับสัญญาณภาพความละเอียดได้มาถึง960H โดยโครงสร้างของตัว Sensor ได้ถูกพัฒนาและสร้างขนาดของ pixel ให้มีขนาดเล็กลงเพื่อเพิ่มความละเอียดของภาพที่รับเข้ามา รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีล่าสุดซึ่งช่วยในการรวมตัวของแสง และการเพิ่มขนาดพื้นที่ของ Sensor เป็น EXVIEW HAD CCD II ซึ่งทำให้มีความสามารถในการรับภาพได้ดีกว่าเทคโนโลยี Super HAD CCD II ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดิม โดยตัดฟังก์ชั่น WDR/3D-DNR/Digital/Slow Shutter/Face Detection แต่ยังคงเก็บฟังก์ชัน 2D-DNR,BLC ไว้ในรุ่นนี้ และมีการเพิ่มฟันก์ชัน

  1. ATR ฟังก์ชันที่ช่วยในการปรับความสว่างของภาพให้สมดุลยิ่งขึ้น โดย ATR ได้นำมาใช้แทน WDR ดีกว่าตรงที่ฟังก์ชันประมวลภาพ ได้เร็วกว่าทำให้ภาพที่ได้ออกมาสมดุล
  2. HLC ฟังก์ชันที่ช่วยลดแสงสว่างจากไฟหน้ารถยนต์ ไฟสปอร์ตไลท์
  3. D/N Mode ฟังก์ชันที่ช่วยทำให้กล้องสามารถปรับภาพไม่ให้สีเพี้ยนในเวลากลางวันและกลางคืน
  4. Privacy Mask เป็นฟังก์ชันที่ช่วยปกปิดพื้นที่ที่ไม่ต้องการให้มองเห็น
  5. Motion Detection เป็นฟังก์ชันที่นำมาใช้แทน Face Detection คอยตรวจจับการเคลื่อนไหวทั้งหมดของวัตถุที่เคลื่อนที่ 6.OSD รองรับภาษาได้มากจากเดิมเป็น “8” ภาษา
  6. ใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำ จุดเด่นของชิป Effio-E จะเห็นได้ว่า Effio-E

สามารถนำไปใช้งานได้ดีทั้งในเวลากลางวันและกลางคืนด้วยฟังก์ชันที่เพิ่มเข้ามาซึ่งแตกต่างกับชิปรุ่น Sony และ Effio ที่เหมาะใช้ในเวลากลางวันแค่เพียงอย่างเดียวจึงทำให้กล้องของ Sonyที่ใช้ชิป Effio-E มีราคาแพงกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับกล้องระดับกลางหรือ Hi-End รุ่นอื่นๆเราจะรู้ได้อย่างไรว่าทำไมชิปตัวนี้ของ Sony ถึงมีราคาแพงกว่าตัวอื่นเช่น กล้องที่ใช้ชิป Effio-E แพงกว่ากล้องที่ใช้ Effio สามารถอ่านละเอียดเพิ่มเติมต่อได้เว็บไซต์ของSony คลิ๊กที่นี่นอกจากนี้ข้อแตกต่างระหว่างกล้องที่ใช้เลนส์ CCD ธรรมดากับกล้องที่เลนส์ใช้ชิป Effio-E ภายในชิปจะมีตัวรับค่า Pixel มากกว่า การประมวลผลของภาพจะให้รายละเอียดที่เห็นได้คมชัดเฉดสีที่ได้จะดูเป็นธรรมชาติ มีฟังก์ชันลดการย้อนแสงทำให้มองเห็นวัตถุและรายละเอียดรอบข้างได้ชัดเจน แต่ CCD ทำไม่ได้ นอกจากจากนี้ยังใช้พลังงานไฟฟ้าต่ำทำให้สามารถบันทึกภาพได้นานขึ้น เพราะเหตุนี้กล้องที่ใช้ชิปของ Sony จึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆในการเลือกใช้กล้องวงจรปิด วิธีการเลือกซื้อกล้องวงจรปิดเราควรเริ่มต้นพิจารณาจากชิปที่กล้องตัวนั้นๆนำมาใช้ก่อนเป็นอันดับแรกและถึงจะพิจารณาเซนเซอร์หรือ CCD ที่ใช้ในการรับค่าแสงเพื่อนำไปประมวลกล้องบางรุ่นอาจจะมี Spec ที่เท่ากันแต่ใช้ชิปคนละยี่ห้อกันดังนั้นภาพที่ได้ก็จะไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับราคาของตัวกล้อง ส่วนใหญ่กล้อง CCTV จะแพงที่ตัวชิป เซนเซอร์ CCD และค่า TVLine เป็นหลัก ดังนั้นการจะซื้อกล้อง CCTV ไปติดตั้งเราต้องทราบว่าก่อนว่าพื้นที่ที่เราจะนำกล้องไปติดนั้นเป็นพื้นที่ยังหรือใช้ในสถานการณ์ไหน ต้องการความคมชัดเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่าอยากได้รุ่นไหนก็ซื้อ เช่นซื้อกล้องโดม ไปติดตามเสาไฟฟ้าก็ไม่เหมาะเพราะกล้องโดมไม่มี Housing สำหรับป้องกันฝุ่นและฝน ฉะนั้นการเลือกซื้อกล้องที่เหมาะสมกับพื้นที่ที่ติดตั้งจะทำให้เกิดประโยชน์ในการใช้งานมากที่สุด